|
|
|||
![]() |
S & T News >> United States |
![]() |
|
อันตรายจากสารตะกั่วในปลา |
|||
|
หลายคนเชื่อว่าการรับประทานปลาเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากปลาเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์ทุกเพศและทุกวัย แต่ปัญหาสารพิษที่ตกค้างอยู่ในเนื้อปลาโดยเฉพาะสารตะกั่ว (ซึ่งเป็นสารพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบการทำงานของหัวใจ และระบบประสาท) สารตะกั่วเป็นสารพิษที่ได้จากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือเกิดตามธรรมชาติจากการระเบิดของภูเขาไฟ เมื่อสารตะกั่วแพร่กระจายไปในน้ำ แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ภายในน้ำจะเปลี่ยนสารตะกั่วให้อยู่ในรูปของ methylmercury ซึ่งเป็นพิษมากขึ้น ดังนั้นปลาที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นจะเป็นแหล่งสะสมของสารพิษดังกล่าว การศึกษานี้ได้มุ่งเน้นที่ปลาทูน่า ซึ่งเป็นปลาที่นิยมบริโภคมากในประเทศสหรัฐฯ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียได้เก็บตัวอย่างปลาทูน่าจากร้านค้า ร้านอาหาร โดยเฉพาะปลาทูน่าชนิด bigeye bluefine และ yellowfin ที่ใช้ทำซูชิ พบว่าส่วนมากมีปริมาณสารตะกั่วมากกว่าปริมาณที่กำหนดของ Environmental Protection Agency (EPA) ที่กำหนดไว้ที่ 0.5 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม (ppm) ขณะที่มาตรฐานปริมาณสารตะกั่วขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อยู่ที่ 1 ppm แม้ว่า FDA จะสูงกว่า EPA กว่าเท่าตัวก็ตาม จากการสุ่มตรวจปลาทูน่าในร้านอาหารซูชิ และใน supermaket พบว่ามีปริมาณสารตะกั่วสูงถึง 1-2 ppm. ดังนั้นปลาทูน่าชนิด bigeye และ bluefin จึงเป็นอันตรายกับ ผู้หญิงมีครรภ์ และเด็กเล็ก นอกจากนี้ได้ทดสอบปลาทูน่ากระป๋องจำนวน 155 กระป๋อง ประกอบด้วย solid-white, chunk-white และ chunk-light tuna ซึ่งทั้งสามชนิดนี้มาจากยี่ห้อที่ผู้บริโภคนิยม 3 ยี่ห้อ ซึ่ง white tuna เป็นปลาทูน่าชนิด albacore และ light tuna เป็นปลาทูน่าชนิด skipjack ผลการทดสอบพบว่าปลาทูน่าทั้งสามยี่ห้อมีปริมาณสารตะกั่วสูงโดยเฉลี่ยเท่ากับ 0.7 ppm. สูงกว่าข้อกำหนดของ EPA และในแต่ละยี่ห้อร้อยละ 4-7 มีปริมาณสารตะกั่วสูงกว่าข้อกำหนดของ FDA จากปลาทูน่ากระป๋องที่นำมาทดสอบ ปลาทูน่ากระป๋องชนิด light tuna เป็นชนิดที่แนะนำให้บริโภค มากที่สุด เพราะมีปริมาณ สารตะกั่ว 0.28 ppm. (Solid-light) และ 0.5 ppm. (chunk-light) ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยเฉพาะเด็กที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม ควรรับประทานปลาทูน่ากระป๋องที่มีปริมาณสารตะกั่ว 0.5 ppm เพียง 1 จาน ต่อ 2 สัปดาห์ ขณะที่รับประทานทูน่ากระป๋องที่มีปริมาณสารตะกั่ว 0.77 ppm. 1 จาน ต่อ 3 สัปดาห์ นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ได้จัดกลุ่มชนิดของปลาที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารตะกั่ว ดังแสดงในตารางข้างท้าย ซึ่งพบว่าปลาซาดีน ปลาซาลมอน และปลาเทราห์มีปริมาณสารตะกั่วน้อยที่สุด และเป็นกลุ่มปลาที่ขายในตลาดสหรัฐฯในสัดส่วนร้อยละ 43 อย่างไรก็ดี แม้ว่าสารตะกั่วจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและมีปนเปื้อนในปลาบางชนิดก็ตาม เนื้อปลายังเป็นแหล่งอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมากกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ เพียงแต่ต้องเลือกรับประทานปลาที่มีการปนเปื้อนของสารตะกั่วที่น้อยที่สุด
(ที่มา : http://www.sciencenews.org/view/generic/id/58464) |
|||
All rights reserved. ©1994-2006 by Office of Science and Technology |
|||