S & T News >> United States

 

ก้าวแรกจาก Nuclear Security Summit : ข้อเห็นพ้องที่ไร้ข้อผูกมัด


ในการประชุมสุดยอดผู้นำ Nuclear Security Summit เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2010 ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐฯ ประเทศต่างๆที่เข้าร่วมการประชุม จำนวน 47 ประเทศได้มีการลงนามในข้อตกลงแบบไม่ผูกมัด ในการควบคุมวัตถุนิวเคลียร์ภายในสี่ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2014 ประธานนาธิบดีโอบามาแถลงว่า เป้าหมายของข้อตกลงดังกล่าว จะทำให้โลกปลอดภัยจากการสะสมวัตถุนิวเคลียร์จำนวนมหาศาลที่สามารถนำไปผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้ถึง 120,000 ลูก การประชุมดังกล่าวยังเน้นการหาหนทางการป้องกันการก่อการร้ายซึ่งจะนำวัตถุนิวเคลียร์ไปผลิตเป็นระเบิดนิวเคลียร์อีกด้วย

ผู้นำทั้ง 47 ประเทศที่เข้าร่วมประชุม ได้ลงนามในคำประกาศ (communiqu?) การรักษาสัญญาในการรับผิดชอบและลดการสะสมวัตถุนิวเคลียร์สำรองที่มีอนุภาพสูง ดังเช่น ยูเรเนียมและพลูโตเนียม ข้อความในข้อตกลงดังกล่าวยังกระตุ้นให้ประเทศต่างๆ ใช้วัตถุที่ปลอดภัยในปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อ “สร้างประโยชน์ในทางวิชาการและเศรษฐกิจ” และแบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนย้ายวัตถุนิเคลียร์โดยผิดกฎหมาย และยอมรับในสิทธิของแต่ละประเทศในการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ มีผู้ให้ความเห็นว่า ประธานาธิบดีโอบามาออกมาเน้นในเรื่องนี้อย่างที่ไม่มีผู้นำโลกคนใดเคยทำมาก่อน และผู้นำประเทศต่างๆต้องนำความตกลงดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติให้ได้ผลจริงจัง คณะทำงานในการประชุมยังกระตุ้นให้มีการเฝ้าระวังกลุ่ม al-Qaeda และกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ ซึ่งโอบามาได้ชี้ว่า จะมีการซื้อหรือขโมยอาวุธนิวเคลียร์จากโรงไฟฟ้าเอกชนและศูนย์วิจัยปฏิกรณ์ปรมาณู ซึ่งสามารถใช้ในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ เพื่อสังหารผู้คนจำนวนหลายหมื่นคนและยากที่จะรักษาความปลอดภัย โอบามายังกล่าวว่าเป็น “สถานการณ์โหดร้ายในประวัติศาสตร์ อันเป็นผลจากสงครามเย็น ทำให้โลกต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่เกิดจากความหละหลวมของการมีนิวเคลียร์ และทำให้มีอาวุธร้ายแรง อันเกิดจากฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้ายและแก๊งอาชญากรรม”

นักการเมืองส่วนหนึ่งยังเคลือบแคลงใจว่า ความพยายามของประธานาธิบดีโอบามาจะมีผลกระทบเพียงใดและยังวิจารณ์ผู้นำของประเทศต่างๆ ว่า คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการเน้นในเรื่องภัยคุกคามจากประเทศอิหร่านในด้านอาวุธนิวเคลียร์ และความสำเร็จของการประชุมครั้งนี้ก็คงเป็นเพียงข้อตกลงที่ไม่มีการผูกมัดใดๆ และได้กล่าวย้ำอยู่ในนโยบายปัจจุบัน และไม่มีความก้าวหน้าใดๆ ในการจัดการกับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายหรือแผนงานด้านอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศอิหร่าน ซึ่งประธานาธิบดีโอบามาเองยอมรับว่า ไม่มีทางบังคับให้มีข้อผูกมัดในการประชุมครั้งนี้ได้ อย่างไรก็ดี เขาได้ยกตัวอย่างประเทศยูเครนที่ประกาศว่าจะกำจัดยูเรเนียมสำรองที่มีพลังงานสูง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวไม่มีความคืบหน้ามากว่าหนึ่งทศวรรษแล้ว นอกจากนี้เขามั่นใจว่า ประเทศจีนจะทำตามสัญญาในการดำเนินการร่วมกับประเทศสหรัฐฯ และสหประชาชาติตามมาตรการลงโทษประเทศอิหร่าน ประธานาธิบดีโอบามายังเน้นว่า จะไม่วิจารณ์โครงการของประเทศอิสราเอล และประเทศสหรัฐฯจะไม่กดดันให้ประเทศอิสราเอลลงนามใน Nuclear Non-Proliferation Treaty ซึ่งจะผูกมัดให้มีการป้องกันการขยายตัวในอาวุธนิวเคลียร์และเทคโนโลยี รวมทั้งหวังว่าแรงกดดันจากมาตรการลงโทษจะทำให้ประเทศเกาหลีเหนือกลับมาเจรจาการลดจำนวนอาวุธอีกครั้ง แม้ว่ามาตรการลงโทษอาจจะไม่ใช่ไม้กายสิทธิ์ก็ตาม ส่วนทำเนียบขาวได้ออกมาประกาศว่า ข้อสัญญาในความตกลงจะมีการติดตามผลโดยประเทศสหรัฐฯและอีก 46 ประเทศ ในการประชุมครั้งที่สองในปี 2012 ณ ประเทศเกาหลีใต้

สำหรับประเทศไทย นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีได้นำคณะมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ แทนนายกรัฐมนตรีที่ยกเลิกการเดินทางเนื่องจากปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ

สรุปข้อตกลงจากการประชุม Nuclear Security Summit
1. ยูเครน ตกลงที่จะกำจัดยูเรเนียมสำรองพลังงานสูงภายในปี 2012 รวมถึงวัตถุที่อาจทำให้มี การเสริมสร้างกำลังอาวุธนิวเคลียร์ ที่อาจส่งไปยังประเทศสหรัฐฯหรือประเทศรัสเซีย
2. แคนาดา สัญญาที่จะส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ทั้งหมดไปยังประเทศสหรัฐฯเพื่อเก็บรักษา ภายในปี 2018
3. เม็กซิโก ตกลงร่วมดำเนินการกับประเทศสหรัฐฯ และประเทศแคนาดา ในการปรับปฏิกรณ์ยูเรเนียมสำรองพลังงานสูง (ซึ่งอาจใช้ในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์) ไปใช้ยูเรเนียมสำรองพลังงานต่ำ
4. รัสเซียและสหรัฐฯ ตกลงที่จะกำจัดพลูโตเนียมสำรอง (ระดับที่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ถึง 17,000 ลูก) ปริมาณ 34 เมตริกตัน ตั้งแต่ปี 2018
5. ชิลี ส่งมอบยูเรเนียมสำรองพลังงานสูงสต็อกสุดท้ายจำนวน 18 กิโลกรัมให้ประเทศสหรัฐฯ

(ที่มา : สรุปจาก USA Today, Wednesday, April, 14, 2010 )

top

All rights reserved. ©1994-2006 by Office of Science and Technology
1024 Wisconsin Ave. N.W., Washington DC 20007
Tel. (202) 944-5200 Fax. (202) 944-5203