Home  |  Webboard  |  Gallery  |  About Us  |  Contact Us 
   

welcome to OSTC website



Are you looking for something?

Audience: Free web hit counter

 

 

 

เครื่องบินเจ็ทใช้ไบโอดีเซลลำแรก

 

                                                                                          Photo: An F/A-18F Super Hornet is consumed by a vapor cone.

การพัฒนาเครื่องบินเจ็ทแบบ F/A-18 Hornet ให้สามารถใช้ไบโอดีเซลประสบผลสำเร็จครั้งแรก และได้ทดสอบบินในวัน Earth Day ที่บริเวณอ่าว Chesapeake มลรัฐ Maryland ซึ่งทางกองทัพเรือสหรัฐฯ มีเป้าหมายที่จะพัฒนาเครื่องบินเจ็ทให้สามารถใช้พลังงานสะอาดได้มากกว่าที่จะมีสมรรถนะด้านความเร็วเพียงอย่างเดียว เครื่องบินรบ F/A-18 ที่ใช้เชื้อเพลิง biofuel นี้ได้บินทดสอบที่ความเร็วเหนือเสียง น้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องบินมีส่วนผสมของน้ำมันพืชที่สกัดจากเมล็ดของดอกไม้ของต้นพืชชื่อ Camelina sativa การทดสอบการบินครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกของความพยายามที่จะลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงปิโตรเลียม และการหาแหล่งเชื้อเพลิงทางเลือกของอากาศยานของ Pentagon นอกจากจะช่วยลดปัญหาสภาวะโลกร้อนแล้ว ยังช่วยปกป้องกองทัพจากราคาของพลังงานที่ไม่แน่นอน และลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศ สาเหตุที่ทางกองทัพเรือเลือกเครื่องบินรบแบบ F-18 เป็นเครื่องบินต้นแบบของการใช้พลังงานแบบยั่งยืน เนื่องจากเป็นเครื่องบินที่มีอัตราการใช้เชื้อเพลิงสูงที่สุด ผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้กำหนดเป้าหมายการใช้พลังงานที่ยั่งยืนหรือพลังงานทางเลือกกับเครื่องบินและเรือชนิดต่างๆ ของกองทัพเรือให้ได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด ภายในปี 2020 รวมถึงเป้าหมายการสร้างกองเรือที่ใช้พลังงานสะอาด หรือ Great Green Fleet ที่ประกอบด้วยเรือรบพลังงานนิวเคลียร์ เรือพิฆาตที่ใช้พลังงานไฟฟ้าร่วมกับ biofuel และอากาศยานที่ใช้พลังงานจาก biofuel ภายในปี 2016 แต่ในปัจจุบัน กองทัพเรือสหรัฐฯ มีความพยายามอย่างแรกที่จะแสดงให้ประชาชนได้เห็นว่า เครื่องบินเจ็ท สามารถใช้พลังงานเชื้อเพลิงผสมระหว่าง biofuel กับเชื้อเพลิงปิโตรเลียมในการบินแบบเต็มสมรรถนะได้ (บินที่ความเร็วเหนือเสียง) เหตุผลที่กองทัพเรือเลือกใช้เมล็ดจากดอก Camelina sativa เพื่อเป็นแหล่งผลิต biofuel เนื่องจากน้ำมันที่ได้จาก Camelina มีความหนาแน่นเช่นเดียวกับน้ำมันปิโตรเลียมของเครื่องบินเจ็ทที่เรียกว่า JP-5 และลดปริมาณก๊าซคาร์บอนที่ปล่อยออกสู่บรรยากาศได้มากถึงร้อยละ 84 เมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงปิโตรเลียม นอกจาก biofuels ชนิดนี้จะให้กำลังสมรรถนะแก่เครื่องบินเจ็ทเหมือนกับที่ได้จากJP-5 แล้ว ยังทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์การตรวจวัดปริมาณน้ำมันของเครื่อง บินทำงานไม่แตกต่างจากเชื้อเพลิงปิโตรเลียม
พืช Camelina เป็นพืชน้ำมันตระกูลเดียวกับ Canola แต่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ให้ผลิตเมล็ดจำนวนมากที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบในปริมาณที่สูง เพื่อให้เหมาะสมในการใช้ในเครื่องบินเจ็ท นอกจากนี้คุณสมบัติทางการเกษตรที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นเหนือกว่าถั่วเหลือง และข้าวโพด ได้แก่ มีความทนทานต่ออากาศหนาวเย็น ต้องการปริมาณน้ำและปุ๋ยน้อย และไม่เป็นพืชที่ใช้เป็นอาหารของมนุษย์
นอกจากการพัฒนา biofuel จากพืช Camelina แล้ว กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังดำเนินการพัฒนา biofuel สำหรับใช้ทางการทหารจากสาหร่าย (พัฒนาโดยบริษัท Solazyme of South San Francisco) ที่ใช้ในเรือรบและเครื่องบินรบ และบริษัท Houston-based Accelergy ได้ประกาศในเดือนมีนาคม 2553 ว่าได้เริ่มกระบวนการผลิตน้ำมันสังเคราะห์สำหรับเครื่องบินเจ็ท ที่ผลิตจากถ่านหินและจากมวลชีวภาพ เพื่อใช้ทดสอบกับเครื่องบินของกองทัพอากาศ ขณะที่สายการบินพาณิชย์ก็กำลังดำเนินการพัฒนาเครื่องบินให้ใช้เชื้อเพลิง biofuel มากขึ้น โดยในเดือนธันวาคม 2552 สายการบินกว่า 14 สายการบินได้ทำข้อตกลงร่วมกันในการจัดซื้อเชื้อเพลิงเจ็ทแบบยั่งยืน จำนวน 750 ล้านแกลลอน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 10 ของการใช้เชื้อเพลิงปิโตรเลียมต่อปี
ที่มา: National Geographic News, April 19, 2010
Website:http://news.nationalgeographic.com/news/2010/04/100420-energy-biofuel-fighter-jet/

 

 

 

 

 

 
All rights reserved. ©1994-2006 by Office of Science and Technology Home   |  Webboard   |  Gallery   |   About Us   |   Contact Us
1024 Wisconsin Ave. N.W., Washington DC 20007  
Tel. (202) 944-5200 Fax. (202) 944-5203
 
 
 

HOT COMING!!!

Thai Professionals Conference 2010: Green Thailand, The Miracle Grand hotel, Bangkok, Thailand
on July 5 – 7, 2010


Workshop on Trends, Technologies and Collaborative Opportunities in Cloud and High Performance Computing