Home  |  Webboard  |  Gallery  |  About Us  |  Contact Us 
   

welcome to OSTC website



Are you looking for something?

Audience: Free web hit counter

 

 

 

ประเทศจีนผลักดันการสร้าง Brandname

    

          ในปัจจุบัน สินค้าหลากหลายประเภทมีฐานการผลิตในประเทศจีน ทำให้สินค้าส่วนมากในตลาดการค้าเป็นสินค้าที่ถูกผลิตในประเทศจีน (Made in China) แม้ว่าประเทศจีนเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้ารายใหญ่ที่สุดของโลก และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2 ของโลกก็ตาม แต่ประเทศจีนไม่มีสินค้าแบรนด์เนม (brand name) เป็นของตัวเอง สิ่งนี้เป็นปัญหาสำคัญของประเทศจีน การไม่มียี่ห้อของตนเองส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศจีนไม่สามารถขยายตัวทางเศรษฐกิจได้เต็มที่และทำให้สูญเสียรายได้อย่างมหาศาล ตัวอย่างเช่น โทรศัพท์ iPhone ที่ผลิตในประเทศจีน มีราคาขายในท้องตลาด 750 เหรียญสหรัฐฯ แต่ประเทศจีนได้ผลตอบแทนเพียง 25 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเครื่องเท่านั้น และรองเท้า Nikes 1 คู่ ได้ผลตอบแทนเพียง 4 เซนต์ต่อ 1 เหรียญสหรัฐฯ จะเห็นได้ว่าประเทศจีนสูญเสียรายได้ไปอย่างมหาศาล ผลกำไรส่วนใหญ่ตกเป็นของประเทศเจ้าของยี่ห้อสินค้า ปัญหานี้เป็นผลมาจากประเทศจีนขาดการสร้างนวัตกรรมของตนเอง ทำให้ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์สินค้าซึ่งคิดเป็นมูลค่ามหาศาล (100 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ดังนั้นรัฐบาลจีนจึงพยายามส่งเสริมการสร้างยี่ห้อสินค้าของตนเอง โดยการผลักดันการพัฒนานวัตกรรมสู่ตลาดการค้า และป้องกันสินค้าจากต่างประเทศที่เข้ามาในตลาดการค้าจีนอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจีนได้สนับสนุนภาคเอกชนในการซื้อธุรกิจของชาวต่างชาติ และขยายการลงทุนไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ขณะที่ภายในประเทศ ได้ผลักดันนวัตกรรมของตนเอง (indigeneous innovation) และสนับสนุนให้ภาคเอกชนผลิตสินค้าที่ล้ำสมัย โดยการบังคับให้บริษัทต่างชาติยอมเปิดเผยความลับของสินค้าและให้สิทธิบัตร ถ้าบริษัทต่างชาติเหล่านั้นต้องการขายสินค้าของตนในประเทศจีน ตั้งแต่ปี 2007 นักธุรกิจจีนหลายพันคนได้ออกไปดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ ทั้งการซื้อธุรกิจหรือลงทุนในด้านต่างๆ และเรียนรู้เพื่อแข่งขันกับประเทศสหรัฐฯ และประเทศอังกฤษ ซึ่งในปัจจุบัน มูลค่าการลงทุนในต่างประเทศของประเทศจีนสูงถึง 200 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษที่ 1990 ประเทศจีนได้พัฒนาโทรศัพท์ของตนเอง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ โดยมีจำนวนผู้ใช้มีเพียง 20 ล้านคน จากจำนวนผู้บริโภคในตลาดที่มีถึง 500 ล้านคน Joerg Wuttke ประธานหอการค้ายุโรป กล่าวว่า “ ประเทศจีนมีช่องว่างระหว่างจำนวนเงินที่ลงทุนไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัย กับการนำเทคโนโลยีที่พัฒนานั้นออกสู่ตลาดการค้า”

               แม้ว่านักธุรกิจจีนหลายพันคนได้เดินทางไปทำธุรกิจในต่างประเทศ และได้ซื้อบริษัทต่างชาติเพื่อเรียนรู้การทำธุรกิจก็ตาม หลายคนประสบความล้มเหลว ขณะที่บริษัท Lenovo ของประเทศจีน ได้ซื้อกิจการบริษัท IBM ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการบุกตลาดต่างประเทศ แต่ Lenovo กลับประสบปัญหาการต่อต้านสินค้าสัญชาติจีนอย่างหนัก โดย William Amelio ผู้บริหารของบริษัท Lenovo กล่าวว่า “ ในช่วงปี 2005 ที่เขาเดินทางไปปักกิ่ง เขาพบกับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ และได้รับความเคารพยกย่อง ขณะที่ในประเทศสหรัฐฯ เขากลับถูกเหยียดหยาม” และในปี 2007 บริษัท Lenovo ประสบปัญหาการแข่งขันกับคอมพิวเตอร์ Acer ของประเทศไต้หวัน ที่ได้ซื้อคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ Gateway ของทางยุโรป ทำให้บริษัท Lenovo อยู่ในอันดับที่สี่ของตลาดคอมพิวเตอร์รองจาก HP, Dell และ Acer จากตัวอย่างของบริษัท Lenovo ในตลาดต่างประเทศ รัฐบาลจีนจึงส่งเสริมให้ภาคเอกชนจีนบุกตลาดต่างประเทศดังเช่นบริษัท Lenovo เพื่อเป้าหมายการสร้างแบรนด์เนมของตนเอง

ที่มา: Washington Post, May 25, 2010

 

 

 

 

 

 

 
All rights reserved. ©1994-2006 by Office of Science and Technology Home   |  Webboard   |  Gallery   |   About Us   |   Contact Us
1024 Wisconsin Ave. N.W., Washington DC 20007  
Tel. (202) 944-5200 Fax. (202) 944-5203
 
 
 

HOT COMING!!!

Thai Professionals Conference 2010: Green Thailand, The Miracle Grand hotel, Bangkok, Thailand
on July 5 – 7, 2010


Workshop on Trends, Technologies and Collaborative Opportunities in Cloud and High Performance Computing